สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 7
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 495
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,482,252
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
1 กันยายน 2557
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
 
10  11  12  13 
14  15  16  17  18  19  20 
21  22  23  24  25  26  27 
28  29  30         
             
 Webboard
www.drivingbysmile.com > เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรถยนต์ และปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ > การขับรถเกียร์ธรรมดาขึ้นสะพานหรือทางลาดชัน
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : การขับรถเกียร์ธรรมดาขึ้นสะพานหรือทางลาดชัน (อ่าน 47875)   
top
Guest
unicorn_go@hotmail.com
เมื่อ 8 พฤษภาคม 2554 20:16 น.
การเคลื่อนตัวขณะรถขึ้นสะพาน กรณีรถติดที่เคลื่อนตัวเป็นระยะๆ หรือทีละนิด ต้องทำอย่างไรบ้างครับ และจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้เบรคมือทุกครั้ง รบกวนอธิบายด้วยนะครับ
...............
แล้ววิธีที่กล่าวต่อไปนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ คือ เมื่อจะหยุดรถก็เหยียบคลัท แล้วเหยียบเบรค เมื่อจะเคลื่อนตัวก็ค่อยๆปล่อยคลัทจนรู้สึกว่ารถสั่น แล้วปล่อยเบรค แล้วค่อยๆเหยียบคันเร่ง จนรถเคลื่อนตัว (หากผิดหรือข้ามขั้นตอนรบกวน อธิบายให้ครบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ)



(พอดีช่วงนี้ได้ขับแต่เกียร์ auto อ่ะครับ แล้วจะได้ไปขับเกียร์ธรรมดาเลยไม่มั่นใจอ่ะครับ กลัวรถไหล... )
สไมลล์
Guest
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 1 เมื่อ 8 พฤษภาคม 2554 21:37 น. [แจ้งลบ]
วิธีที่อธิบายมาถูกต้องค่ะ เป็นวิธีที่ไม่ใช้เบรคมือ ให้รถอยู่ที่เกียร์1 ด้วยนะคะ อย่าลืม


" เมื่อจะหยุดรถก็เหยียบคลัท แล้วเหยียบเบรค เมื่อจะเคลื่อนตัวก็ค่อยๆปล่อยคลัทจนรู้สึกว่ารถสั่น แล้วปล่อยเบรค แล้วค่อยๆเหยียบคันเร่ง จนรถเคลื่อนตัว "


ส่วนวิธีที่ใช้เบรคมือ

เวลาค้างสะพานให้ดึงเบรคมือไว้ เวลาออกตัว ให้เหยียบคลัช เข้าเกียร์ 1 เท้าขวาเหยียบคันเร่งพอได้ยินเสียงเครื่อง หรือรอบเครื่องอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ 2000 ให้ ปลดเบรคมือลง เท่านั้นรถก็เคลื่อนตัวแล้ว

ก็แล้วแต่ว่าถนัดวิธีไหนนะคะ ถ้าไม่เคลียร์ก็ถามเพิ่มเติม เพราะอธิบายแบบเหมือนคนที่ขับได้แล้วรู้พื้นฐานแล้วฟัง เพราะคุณ top เรียนไปแล้ว

แต่ถ้าเป็นผู้ที่สนใจจะเรียนแต่ไม่มีพื้นฐานเลยอาจจะ งง ก็จะได้อธิบายแบบเป็นขั้นตอนที่ละเอียดขึ้น แค่ งง งง ว่าต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน เพราะคนที่ไม่มีพื้นฐานเลย จะเรื่องการใช้เบรค คลัช คันเร่ง ความสัมพันธ์ ของ 3 สิ่งนี้หรือป่าวเท่านั้นเองค่ะ 555 สงสัยว่าต้องเริ่มจะการใช้เบรค คลัช คันเร่ง
top
Guest
unicorn_go@hotmail.com
ตอบ # 2 เมื่อ 8 พฤษภาคม 2554 22:39 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณครับ ....สงสัยต้องฝึกเพิ่มเติมให้ชิน ...เพราะเคยทำแล้วเครื่องดับ....:k:....ลนลานแทบแย่

อ่อ แล้ว ถ้าใช้เกียร์4 หรือ 5 อยู่ แล้วลดเกียร์มาอยู่ ที่เกีย 1 เลยนี่จะมีผลเสียกับรอบเครื่องยนต์ หรือทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือป่าวครับ
สไมลล์
Guest
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 3 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2554 09:53 น. [แจ้งลบ]
คุณ Top ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ถ้ารถใช้ความเร็วอยู่ที่เกียร์ 4 เกียร์ 5 ซึ่งหมายความว่ารถใช้ความเร็วอยู่พอสมควรถ้าเป้นเกียร์ 4 เกียร์ 5 แล้วตบมาที่เกียร์ 1 รถจะกระตุก สะบัด ถ้าเครื่องยนต์แรง ๆ แบบ 3000 cc มีหวังหมุนติ้วแล้วพลิกคว่ำได้นะคะ จะเปลี่ยนจากเกียร์ 4 หรือ 5 มาเป็นเกียร์ 1 คือ รถต้องชะลอ หยุดเท่านั้น แล้วเข้าเกียร์ว่าง เมื่อรถเคลื่อนตัว ถึงเข้าเกียร์ 1 เพื่อออกตัวค่ะ อันตรายนะคะอย่าลองทำเด็ดขาด ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์ ยกล้อเป็นรถไต่ถังแน่เลย

มือใหม่หัดขับ
Guest
muham_555@hotmail.com
ตอบ # 4 เมื่อ 20 กรกฎาคม 2554 10:06 น. [แจ้งลบ]
ยังไม่เคยขับรถยนเลยเพิ่งหัดขับรถเกียธรรมดาได้3วันวันแรกไปหัดขับที่สนามโรงเรียนที่บ้าน(บ้านอยู่ ตจว.)วนรอบสนามอยู่นั่นได้แต่เกียร์1-2พอจะเลี้ยวรถก็ดับทุกทีและกะระยะตอนเลี้ยวพอดีบางทีก็กินทางซ้ายบางทีก็กินทางขวามากเกินเลลาจะเลี้ยวกลัวว่าจะเลยโค้งมากเลยคิดนึกในใจถ้าออกถนนจริงๆคงได้ปีนฟุตบาทแน่ๆ ขอเทคนิคการเลี้ยวหักศอกด้วยค่ะ
สไมลล์
Guest
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 5 เมื่อ 20 กรกฎาคม 2554 21:45 น. [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ ขับเกียร์ธรรมดา ย่อมต้องใช้ effort มากกว่า ออโต้อยู่แล้ว ออโต้สิ่งที่เรียนรู้มากที่สุดคือ การใช้พวงมาลัย ส่วนเกียร์ธรรมดานอกจากการใช้พวงมาลัยแล้ว ยังต้องรู้วิธี เลี้ยงคลัช เลี้ยงคันเร่ง รวมถึงการใช้เกียร์ในขณะที่รถอยู่ความเร็วในระดับต่าง ๆ

เรื่องการเลี้ยว อย่างแรกเลยต้องรู้ก่อนว่าพวงมาลัยรถมีกี่รอบ เริ่มจากพวงมาลัยตรง คือ ล้อตรง หมุนซ้าย จะอยู่ที่ รอบครึ่งถึงสองรอบ คืนพวงมาลัยตรง หมุนขวา ก็จะอยู่ที่รอบครึ่งถึงสองรอบ ถ้าเราไม่รู้ว่าล้อตรงมั้ย ก็หมุนพวงมาลัยไปด้านใด ด้านนึงให้สุดแล้วคืนกลับ 2 รอบ ล้อก็จะตรง

หลักการสอนของโรงเรียนที่หนูเรียนก็ไม่ผิดหรอกค่ะ เริ่มแรกเกียร์ธรรมดาก็ฝึกออกตัว อยู่ในสนามไม่มีทางได้ใช้ความเร็ว ดังนั้นเต็มที่ก็เกียร์ 1-2 ไม่มีทางได้ใช้ความเร็ว แล้วก็ฝึกเลี้ยว ดังนั้นหลัก ๆ พื้นๆ มีเท่านี้แหละค่ะ เวลาเรียนพื้นฐานไม่ต้องรีบ เอาให้คล่อง ออกตัวไม่ให้ดับ เบรค เลี้ยว แล้วรถไม่ดับ เลี้ยวใช้พวงมาลัยให้เสถียร พวกนี้ไม่ต้องรีบ แน่น ๆ เรื่องพวกนี้ออกถนนก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ถ้าพื้นฐานดีออกถนนก็จะง่ายขึ้น

การเลี้ยวง่าย ๆ มองทาง คือ มองตรงหน้ารถ เมื่อทางมันเลี้ยวก็เลี้ยว คือ หักพวงมาลัยเลี้ยวไปตามทาง เพราะบางคนเลี้ยวแล้วปีนฟุตบาท เพราะไม่ได้มองตรง เห็นว่าทางข้างหน้ามันเลี้ยวแล้วหักพวงมาลัยเลี้ยวเลยตามสายตาที่เห็นทั้ง ๆ ที่ถนนยังไม่ได้เลี้ยว งง มั้ยค่ะ คือ นึกว่าเราเดินอยู่ ทางมันเป็นมุมฉาก เราค่อยเลี้ยวตอนทางเป็นมุมฉาก ขับรถเหมือนกัน เอาว่ารถเป็นตัวเรา คือ คนเดิน เราขับมาตามทางพอถนนมันเลี้ยวก็หักพวงมาลัย ถึงโค้งแล้วค่อยมุมพวงมาลัย คนที่ปีนฟุตบาท คือ คนที่หักพวงมาลัยก่อนถึงโค้ง พอเลี้ยวเสร็จ มองตามทาง เลี้ยวแล้วพวงมาลัยจะค่อย ๆ คืนด้วยตัวเอง พอเลี้ยวจนรถเข้าอยู่ในเลนส์ ถ้าพวงมาลัยยังไม่คืนตรง ต้องรีบหมุนให้คืนตรง ดังนั้น อีกอย่างที่เราต้องรู้คืน ตำแหน่งพวงมาลัยที่เราหมุนนั้น อยู่ในตำแหน่งล้อตรงมั้ย ซึ่งจะมานั่งหมุนไปสุดแล้วคืนสองรอบไม่ได้ ดังนั้นต้องเริ่มฝึกนับรอบตั้งแต่เริ่มต้นบทเรียนเลยค่ะ แล้วเวลาเลี้ยวอย่าใช้ความเร็วเพราะเวลาเลี้ยวเร็วรถอาจจะเสียการทรงตัวแล้วพลิกคว่ำ ถ้าใช้ความเร็วน้อย 1. การทรงตัวดี 2. เรามีจังหวะในการคืนพวงมาลัยทันเพื่อให้รถอยู่ในเลนส์ เพราะคืนพวงมาลัยไม่ทัน รถอาจจะฉแลบไปนอกเลนส์ แล้วไปเบียดกะรถด้านข้างได้ค่ะ เวลาเลี้ยวเพื่อให้รถไม่ดับ ก็ปล่อยคลัชแค่ครึ่งเดียวสำหรับมือใหม่ อาจปล่อยจนหมด พอรถทรงตัวในเลนส์ได้ ก็ปล่อยคลัชหมด

คร่าว ๆ ก็เท่านี้ คือ ปกติที่นี่ สอนตามหลักนี้ คาบแรก นักเรียนต้องนั่งหมุนพวงมาลัยนับรอบ จนเมื่อยมือ แล้วก็ฝึกเลี้ยว ตามหมุ่บ้านที่โค้งเยอะ ๆ ก่อนออกถนนจริง ไม่เคยต้องเขียนเป็นสเต็ป เพราะมันต้องฝึกจริง ๆ แก้ไขจุดบกพร่องของนักเรียนแต่ละคนที่เกิดขึ้นจริง ๆ ดังนั้นถ้าไม่เข้าใจก็ถามแล้วกันนะคะ เพราะว่าจะขับรถเป็นต้องฝึกกะรถ ใช่ว่าอ่านหนังสือคู่มือการขับรถที่ดีที่สุดแล้วไปขับเองจะหมายความว่าเราขับได้เลยก็ไม่ใช่ มันต้องค่อย ๆ ฝึกไปจนจับจุดได้แล้วเข้าใจเมื่อนั้นเราจะขับรถได้ด้วย sense ค่ะ


sarm
Guest
ตอบ # 6 เมื่อ 17 เมษายน 2555 13:52 น. [แจ้งลบ]
ขอคำปรึกษา ครับ อยากขอรายละเอียดอีกหน่อยเรื่องการออกตัวทางชัน

ที่กล่าวมาทั้ง สองแบบ
แบบแรก
" เมื่อจะหยุดรถก็เหยียบคลัท แล้วเหยียบเบรค เมื่อจะเคลื่อนตัวก็ค่อยๆปล่อยคลัทจนรู้สึกว่ารถสั่น แล้วปล่อยเบรค แล้วค่อยๆเหยียบคันเร่ง จนรถเคลื่อนตัว "

ถามว่า มีหลักการเหยียบคันเร่งมัยครับกลัวกดแรงไปมาก (เช่นสังเกตเสียงเครื่องหรือดูรอบ) ยอมรับว่าแบบนี้ผมมือใหม่ไม่กล้าทำ

แบบสอง

เวลาค้างสะพานให้ดึงเบรคมือไว้ เวลาออกตัว ให้เหยียบคลัช เข้าเกียร์ 1 เท้าขวาเหยียบคันเร่งพอได้ยินเสียงเครื่อง หรือรอบเครื่องอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ 2000 ให้ ปลดเบรคมือลง เท่านั้นรถก็เคลื่อนตัวแล้ว

แบบนี้ ใช้ทำอยู่ช่วยชีวิตได้หลายครั้ง แต่ขอถามว่าควรปล่อยครัชอย่างไรถูกครับ ผมอยากทราบว่าตรงที่รอบ 2000 นี้หากปล่อยครัช ครัชจะเสียมั๊ยครับ หรือเหยียบสุด กดคันเร่ง ทำบ่อยจะส่งผลอะไรมั๊ย

อยากให้ช่วยบอกขอควรทำไม่ควรทำเรื่องการใช้ครัชอะครับ เคยเจอเพื่อนฝึกขับกดคันเร่งเครื่องไว้เพิ่มรอบเครื่องแล้ว ค่อยปล่อยครัช(เค้ากลัวรถดับ) ทำให้ครัชไหม้ไปเลย
แล้วเคยอ่านเจอว่าถ้าปล่อยไม่สุดมันก็ทำให้ครัชไหม้อีก

รบกวนด้วยนะครับ ผมพยายามหาจากในบอร์ดและเวบอื่นดูแล้วยังไม่ได้ขอมูลตรงนี้ครับ
ขอบคุณครับ
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 7 เมื่อ 17 เมษายน 2555 22:32 น. [แจ้งลบ]


แบบแรก



" เมื่อจะหยุดรถก็เหยียบคลัท แล้วเหยียบเบรค เมื่อจะเคลื่อนตัวก็ค่อยๆปล่อยคลัทจนรู้สึกว่ารถสั่น แล้วปล่อยเบรค แล้วค่อยๆเหยียบคันเร่ง จนรถเคลื่อนตัว "



ถามว่า มีหลักการเหยียบคันเร่งมัยครับกลัวกดแรงไปมาก (เช่นสังเกตเสียงเครื่องหรือดูรอบ) ยอมรับว่าแบบนี้ผมมือใหม่ไม่กล้าทำ



คำตอบนะคะ ปกติการกดคันเร่ง เพื่อเร่งขึ้นเนิ่นให้รอบเครื่องอยู่ที่ 2000-2500 รอบค่ะ แต่เอาเข้าจริงๆ ชีวิตจริงในการขับรถ เราจะมานั่งมองหน้าปัดรถไม่ได้ เราต้องมือถือพวงมาลัย ตามองตรงดูรถคันข้างหน้า ใช้วิธีฟังเสียงเครื่องเอา กดคันเร่งจนได้ยินเสียงเครื่องดัง



คำถามนี้ไม่แน่ใจว่ากังวลเรื่องหากกดคันเร่งแรงไปแล้ว รถจะพุ่งไปชนคันข้างหน้าหรือป่าว อันนี้ไม่ต้องกลัวเพราะสำหรับเกียร์ธรรมดารถจะพุ่งไม่พุ่ง อยู่ที่การ control คลัช ของเรา จะไม่เหมือนออโต้ ถ้าเราไม่ปล่อยคลัชรถก็ไม่เคลื่อน แต่การกดคันเร่งแล้วไม่ปล่อยคลัช คลัชก็ไหม้ได้



Note - จริง ๆ สำหรับมือใหม่ วิธีแรกไม่แนะนำให้ใช้ควรใช้เบรคมือช่วย เพื่อความชัวร์ เนื่องจากหากออกตัวไม่ชำนาญพอทำให้รถดับ มันจะไหลลงข้างล่างได้ และกับรถกระบะมากกว่า เนื่องจากแรงม้าจะมากกว่าเกียร์ธรรมดาที่เป็นรถเก๋ง และใช้น้ำมันดีเซลการออกตัวจะไม่ค่อยดับเมื่อเทียบกับรถเก๋ง



แบบสอง



เวลาค้างสะพานให้ดึงเบรคมือไว้ เวลาออกตัว ให้เหยียบคลัช เข้าเกียร์ 1 เท้าขวาเหยียบคันเร่งพอได้ยินเสียงเครื่อง หรือรอบเครื่องอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ 2000 ให้ ปล่อยคลัชครึ่งนึง(ตกหล่นไปตั้งแต่ทีแรก)  แล้วปลดเบรคมือลง เท่านั้นรถก็เคลื่อนตัวแล้ว



แบบนี้ ใช้ทำอยู่ช่วยชีวิตได้หลายครั้ง แต่ขอถามว่าควรปล่อยครัชอย่างไรถูกครับ ผมอยากทราบว่าตรงที่รอบ 2000 นี้หากปล่อยครัช ครัชจะเสียมั๊ยครับ หรือเหยียบสุด กดคันเร่ง ทำบ่อยจะส่งผลอะไรมั๊ย



อยากให้ช่วยบอกขอควรทำไม่ควรทำเรื่องการใช้ครัชอะครับ เคยเจอเพื่อนฝึกขับกดคันเร่งเครื่องไว้เพิ่มรอบเครื่องแล้ว ค่อยปล่อยครัช(เค้ากลัวรถดับ) ทำให้ครัชไหม้ไปเลยแล้วเคยอ่านเจอว่าถ้าปล่อยไม่สุดมันก็ทำให้ครัชไหม้อีก



คำตอบนะคะ ปล่อยคลัชอย่างไร ก็ตรงที่เติมเพิ่มเลยค่ะ มันขาดไปตั้งแต่ทีแรก   ถามว่ารอบ 2000 ปล่อยคลัช คลัชเสียหรือไม่ ไม่เสียค่ะ ถ้าเราไม่ปล่อยคลัช รถจะไม่เคลื่อนตัวค่ะ คลัชเสีย หรือคลัชไหม้ เกิดจากความไม่สัมพันธ์ระหว่างรอบเครื่องและการเหยียบคลัช เราเหยียบคลัชอยู่ แต่เร่งเครื่องจนรอบเครื่องสูงเกินไป จะทำให้คลัชไหม้ ซึ่งปกติการออกตัวจังหวะปล่อยคลัช รอบเครื่องจะอยู่ที่ 2000-2500 รอบ สูงกว่านั้นคลัชอาจจะไหม้ได้ เหมือนที่เพื่อนน้องเป็นกรณีนี้คือ กดคันเร่งจนรอบเครื่องสูงเกินไป แล้วค่อยปล่อยคลัช  แต่จังหวะออกตัวเวลาอยู่บนเนิ่น บางทีต้องดูที่ระดับความลาดชันของเนิ่นด้วย ถ้าชันและเนิ่นสูง อาจจะต้องกดคันเร่งเพื่อนเพิ่มรอบให้มากกว่า 2000-2500 ดังนั้นไม่ได้ฟิกตายตัวเสมอไป ต้องดูสถานการณ์ในการออกตัวแต่ละครั้งค่ะ พยายามฝึกบ่อยๆจนรู้ความสมดุลของคลัช คันเร่งและรอบเครื่อง หรือ เสียงเครื่อง 



คุณครูบอกว่าสอนกันน่าเว็บเป็นตัวหนังสืออาจจะได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือ sequence ยังไม่ดีพอ ไม่เหมือนกับเวลาอยู่กับรถจริงๆ ที่จะได้บอกขั้นตอนหรือจุดสังเกตได้ครบถ้วน ถ้าตรงไหนสงสัย หรือตอบไม่ค่อยละเอียดก็ post ถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ



Note เรื่องคลัชเสีย หรือคลัชไหม้ เอากันจริงๆ คลัชมีอายุการใช้งาน ไม่สามารถระบุเป็นจำนวนปีได้ มันขึ้นกับปริมาณการออกตัวด้วย แล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากคลัชจำเป็นต้องใช้ในการออกตัว วึ่งถ้าจะถนอมคลัช การออกตัวก็ควรปล่อยในเมื่ออยู่ในรอบเครื่องที่เหมาะสม การกดคันเร่งเยอะไปจนรอบเครื่องสูงแบบนี้ไม่ควร คลัชไหม้ป่าวๆ ถ้าเราใช้แบบปกติชน อายุการใช้งานของคลัชก็เป็น 10 ปีอยู่



สิ่งที่ควรทำไม่ควรทำ ที่ส่งผลต่อการหมดอายุการใช้งานของคลัช หรือคลัชหมดก็เช่น



1. อย่าทำคลัชไหม้ จะขึ้นเขาลงห้วยยังไง ให้รอบเครื่องสัมพันธ์กับการเลี้ยงคลัชและปล่อยคลัช

2. เลี้ยงคลัช เพราะกลัวรถดับเลยจะเลี้ยงคลัชตลอดเวลา การใช้คลัชควรใช้เมื่อออกตัว หรือเปลี่ยนเกียร์เท่านั้น เวลาจะเบรคอยากให้รถลดความเร็ว ก็แค่ถอนคันเร่ง แล้วเหยียบเบรค จะเหยียบคลัชก็ต่อเมื่อเสียงเครื่องเบาไม่มีแรงแล้ว อาจจะต้องเหยียบคลัชเพื่อเพิ่มแรงฉุดป้องกันรถดับขณะขับขี่ แต่มาเลี้ยงแช่ตลอดอันนี้ไม่ควร



หลักๆ ที่เตือนกันประจำเท่าที่คิดออกตอนนี้อะค่ะ     ไม่รู้ช่วยได้หรือป่าว ไม่มีรถประกอบ มันต้องจินตนาการเอาเลยยากนิดนึงค่ะ  
888
Guest
ตอบ # 8 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2555 03:21 น. [แจ้งลบ]
เกียร์ธรรมดาเวลาลงทางชัันใช้เกียร์ต่ำเช่น 1-2 แล้วถึงทางโค้งปับแตะเบรก เกียร์ต่ำความเร็วก็ต่ำแล้วรถมันไม่ดับหรอ เพราะตัวเองต้องเหยียบครัชด้วยเวลาลงเขาเพราะรถมันสั่นเหมือนจะดับ ทำอย่างไรช่วยบอกที่
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 9 เมื่อ 13 พฤษภาคม 2555 12:27 น. [แจ้งลบ]
เวลาลงเข้าที่มีความชันมาก ควรใช้เกียร์ 1-2 ถูกต้องค่ะ ใช้เกียร์ต่ำ การชะลอความเร็วอย่างแรกให้ยกเท้าออกจากคันเร่งเพื่อเป็นการชะลอความเร็วก่อน ถ้าความเร็วยังไม่ลดลงเท่าที่เราต้องการแตะเบรคช่วย แตะปล่อยนะคะ อย่าเลียเบรคยาวเด้วเบรคไหม้ แล้วเมื่อรู้สึกว่ารถจะดับ รถสั่น ให้เหยียบคลัชช่วยค่ะ
nine
Guest
pat_ritta@hotmail.co.th
ตอบ # 10 เมื่อ 28 มิถุนายน 2555 15:38 น. [แจ้งลบ]
กรณีรถหยุดสนิทตรงจุดกลับรถแล้วออกตัวเกียร์1 (ตีวงแคบๆ)พอรถออกตัวไปตีโค้งกำลังจะตั้งลำตรงรถกลับไม่มีแรงคือค่อยๆกระดึ๊บๆไปช้าๆอันนี้เป็นที่การขับหรือเป็นที่เครื่องยนต์ครับ(รถเก๋ง)
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 11 เมื่อ 28 มิถุนายน 2555 16:27 น. [แจ้งลบ]
ให้รายละเอียดน้อยไปนึงนิดค่ะ เพราะเกียร์ธรรมดา อุปกรณืที่สำคัญอีกตัวคือ คลัช ลักษณะการปล่อยคลัช เป็นไปในแบบใดค่ะ ในกรณีนี้เดาว่าปล่อยคลัชน้อยไปหรือป่าว เลยทำให้รถไม่มีแรง หรือไม่เคลื่อนตัว ลองปล่อยคลัชให้มากขึ้นนิดนึง เพื่อให้รถเคลื่อนตัวได้ จนตั้งลำตรง ค่อยยกคลัชออกทั้งหมดค่ะ



ถ้าคิดว่าเป็นที่การปล่อยคลัช อย่างที่ลองเดาดู ลองนำไปหลักการนี้ไปใช้ก่อนก็ได้ค่ะ หากคิดว่าไม่น่าจะใช่ ทางโรงเรียนรบกวนของรายละเอียดเพิ่มขึ้นนิดนึงค่ะ
VSRK
Guest
kamgon_km@windowslive.com
ตอบ # 12 เมื่อ 2 กรกฎาคม 2555 19:40 น. [แจ้งลบ]
บอกวิธีเข้าเกียร์รถ 6 ล้อหน่อยสิครับท่าน
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 13 เมื่อ 2 กรกฎาคม 2555 21:18 น. [แจ้งลบ]
เออ เจอคำถามนี้ งง เลย ว่าพลาดอะไรไปหรือป่าว จริงๆ ก็หลักการเดียวกัน กับเกียร์ธรรมดาทั่วไปค่ะ เหยียบคลัชสุด แล้วเข้าเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว แต่ระวังนิดนึงค่ะ ตำแหน่งเกียร์ของรถบรรทุก บางยี่ห้อ บางรุ่น จะไม่เหมือนกัน อาจจะต้องดูบนหัวเกียร์นิดนึงว่าเกียร์อะไรอยู่ ตรงไหน เดี๋ยวจะเข้าผิดเกียร์ค่ะ
ฝึกขึ้นห้าง
Guest
ตอบ # 14 เมื่อ 11 สิงหาคม 2555 23:17 น. [แจ้งลบ]
เวลาลงจากห้างอ่ะค่ะ ใช้วิธีเลี้ยงคลัชลงได้ไหมคะ ส่วนขึ้นห้างเสริมคันเร่งกับเลี้ยงคลัชด้วยได้ไหมคะ หรือต้องเสริมคันเร่งอย่างเดียวโดยอยู่เกียร์หนึ่ง
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 15 เมื่อ 15 สิงหาคม 2555 13:08 น. [แจ้งลบ]
ขอโทษทีค่ะตอบช้าไปหน่อย ไปต่างจังหวัดช่วงหยุดยาวมา



เวลาขึ้นห้างนะคะ ต้องใช้เกียร์ต่ำ พร้อมกดคันเร่งให้รถมีแรงพุ่งขึ้นไป พอใช้เกียร์ต่ำ กดคันเร่งรอบเครื่องจะเพิ่มขึ้น มันจะเริ่มไม่สัมพันธ์กันแล้วระหว่างเกียร์กับรอบเครื่อง ดังนั้นหนูก็ต้องเลี้ยงคลัชช่วยอยู่แล้ว เพื่อให้รถมันไม่ดับเพราะเราอยู่เกียร์ต่ำ ขึ้นทางชัน สะพานสูงต้องใช้เกียร์ต่ำนะ



เวลาลงจากห้าง หรือ ลงทางลาดชันนะคะ ถ้ารถเราไหลลงมาได้เรื่อยๆ ก็ไม่ต้องเหยียบคลัชก็ได้ค่ะ ใช้เบรคช่วยนิดหน่อย อาจจะต้องเลียคลัชนิดหน่อย แต่ห้ามเหยียบคลัชสุดนะ รถจะมีแรงฉุดแล้วพุ่งลงทันที







 
nancy
Guest
m.kongka@hotmail.com
ตอบ # 16 เมื่อ 16 สิงหาคม 2555 13:51 น. [แจ้งลบ]
เวลาเราเริ่มชะลอความเร็วลดเกียร์ตามลำดับจนจอด แต่เวลาออกตัวเราใช้เกียร์ 2 แล้วเลี้ยงคลัชให้รอบเครื่องเพิ่ม วิธีการนี้มีผลเสียอย่างไรบ้างทำถูกหรือผิด รบกวนตอบด้วยนะคะ
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 17 เมื่อ 16 สิงหาคม 2555 15:46 น. [แจ้งลบ]
ถ้าจังหวะที่ออกตัว ยังไงก็ต้องเลี้ยงคลัชไว้ก่อน จนกว่าจะความเร็วรถ รอบเครื่อง และเกียร์จะสัมพันธ์กัน ถึงจะปล่อยคลัชหมดได้ค่ะ ไม่อย่างนั้นรถจะดับค่ะ เพราะให้ขณะที่รถหยุดนิ่ง เมื่อจะเคลื่อนตัว เราจะเหยียบคลัชสุด ใครใคร่ออกตัวเกียร์ 1 หรือ 2 ก็แล้วแต่ เราต้องเหยียบคลัชสุด เพื่อเข้าเกียร์ จากนั้นกดคันเร่ง เร่งรอบเครื่อง แล้วค่อยๆ ปล่อยคลัช ถ้าปล่อยทีเดียวหมด รถจะดับทันที ต้องค่อยๆ พอรอจังหวะที่รอบเครื่องมันเพิ่มขึ้น และสัมพันธืกับความเร็วและเกียร์แล้ว ถึงจะถอดเท้าจะคลัชออกมาได้ กรณีนี้ถือว่าไม่ผิดค่ะ 



เพราะคลัชจะใช้งานเมื่อเปลี่ยนเกียร์ หรือเลี้ยงชะลอจังหวะที่รถช้า รอบเครื่องเริ่มเบา จนใกล้จะดับ เช่นเวลาเข้าโค้งที่รถต้องช้ามาก หรือจังหวะออกตัว อันนี้ถือเป็นการใช้งานตามหลักหน้าที่ของคลัชทั่วไป



แต่ถ้ารถอยู่ในความเร็วที่เหมาะสม รอบเครื่องและเกียร์สัมพันธ์กัน เราไม่วางเลี้ยงคลัช หรือ ลาคลัช เข้าใจว่าช่วยป้องกันรถดับ แต่เป็นการใช้คลัชที่ไม่ถูกวิธี อายุการใช้งานของคลัชจะหมดเร็วเกินไป แบบเอะอะเหยียบคลัช เหยียบคลัช อันนี้เรียกว่าไม่ถูกวิธี



เรื่องออกตัวเกียร์ 2 ถ้าเป็นรถกระบะ ก็สามารถทำได้ ไม่ผิดอะไร เพราะ กระบะ cc มันสูง ประมาณ 3000 อยู่ในเกียร์ 2 ก็มีแรงส่ง ผิดกับรถเก๋ง เครื่อง 1600 cc เกียร์ 2 อาจจะไม่ไหว ต้องออกตัวเกียร์ 1 ติดอย่างเดียวเรื่องออกตัวเกียร์ 2 คือ กินน้ำมัน ถ้าไม่คิดมากเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ
jiew
Guest
zylab2010@hotmail.com
ตอบ # 18 เมื่อ 2 กันยายน 2555 09:03 น. [แจ้งลบ]
เลี้ยงคลัชทำยังไงเหรอคะ มือใหม่หัดขับเกียร์กระปุกค่ะ :r:
smile
Guest
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 19 เมื่อ 2 กันยายน 2555 20:33 น. [แจ้งลบ]
เลี้ยงคลัช คือ การเหยียบคลัชไว้ค่ะ ไม่ปล่อยหมด เหยีบคลัชสุด แล้วปล่อยคลัชแค่ครึ่งนึงค้างไว้ ไม่ปล่อยคลัชจนหมดจ้า

ปล พี่เข้าหลังบ้านไม่ได้เลยต้องมาตอบที่หน้าบ้านแทน ระบบเป็นไรไม่รู้
pron
Guest
ตอบ # 20 เมื่อ 13 ตุลาคม 2555 12:28 น. [แจ้งลบ]
เวลาขับรถลืมเอาเบรกมือลงแล้วขับไปประมาณ 10กก รถจะมีผลเสียอะไรไหมครับทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ (มือใหม่)
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 21 เมื่อ 13 ตุลาคม 2555 13:34 น. [แจ้งลบ]
ปัจจุบีนรถรุ่วใหม่ๆ จะร้องเตือนแล้ว หรือไฟหน้าปัดจะโชว์ว่ายังไม่ได้ปลดเบรคมือ ถ้าขับรถลากเบรคมือไป เบื้องต้นกินน้ำมันแน่ๆค่ะ เพราะรถมันหนืดมากขึ้น จะวิ่งไปได้ต้องใช้กำลังเครื่องเยอะ จากนั้นเบรคจะร้อน ดังนั้นควรเอารถเข้าศูนย์ หรืออู่เพื่อเช็คสมรรถนะ และอายุการใช้งานของเบรค เนื่องจากขับรถลากเบรคมือไปเรื่อยๆ ทำให้เบรคสูญเสียแรงเสียดทาน เรียกง่ายๆผ้าเบรคหมด ต่อไปทำให้เบรคไม่อยู่ ถ้าลากไปไกลมากจะทำให้เบรคไหม้ เหม็นไหม้ อธิบายไงดีให้เห็นภาพ เหมือนรองเท้าแตะอะค่ะ ถ้าใส่ไปนานๆ รายใต้รองเท้า ที่ทำขึ้นเพื่อให้ไม่ลื่นอะค่ะ มันหมดลาย พอไปเดินที่มีน้ำ เราก็จะลื่น เพราะมันไม่มีแรงเสียดทานแล้ว เบรคก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ถ้าลืมครั้ง 2 ครั้งไม่เป็นไร แต่เข้าอู่ เข้าศูนย์เช็คเบรคนิดนึง เมื่อรู้ตัว ควรหยุดพักรถ เพราะลากไปไกลมาก เบรคจะร้อนมาก ไหม้ ลามมายางร้อนมาก อาจจะทำให้ระเบิดได้ค่ะ
แก้ไขเมื่อ 13 ตุลาคม 2555 13:42 น.
kar
Guest
ตอบ # 22 เมื่อ 26 ตุลาคม 2555 11:59 น. [แจ้งลบ]
แนะนำดีมากมาย คริคริ
kar
Guest
ตอบ # 23 เมื่อ 26 ตุลาคม 2555 12:03 น. [แจ้งลบ]
เพิ่งซื้อรถมาค่ะ ยังขับไม่ได้เลยแต่รถรับมาแล้ว ยังไงก็จะพยายามลองขับให้เป้นให้เร็วที่สุดค่ะ มีแผลแล้วด้วยเคลมประกันไม่ได้ด้วยสีถลอกเอ้อๆๆใครรู้จักร้านทำสีถูกไหมคะ งบหมดแย้วววว
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 24 เมื่อ 26 ตุลาคม 2555 21:57 น. [แจ้งลบ]
เอ งง ทำไมเคลมประกันไม่ได้ค่ะ ปกติอกรถใหม่มักบังคับทำประกันประเภท 1 ไม่แน่ใจว่า ประกันชั้น 1 ป่าว ถ้าชั้น 1 สามารถเคลมได้ค่ะ โดยที่ไม่มีคู่กรณี ยกเว้น 2 กรณีเท่านั้น (ไม่นับรวมพวกอาชญากรรม หรือใช้รถกระทำเพื่ออาชญกรรม) คือ 1. ไม่มีใบขับขี่ 2. เมา แต่ถ้าทำประกันประเภท 2 หรือ 3 ต้องมีคู่กรณีเท่านั้นค่ะ ถึงจะเคลมได้ และคู่กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้นด้วยนะคะ เป็นเสา สุนัข ฟุตบา ก็จะเคลมไม่ได้เหมือนกัน



ดังนั้นลองเช็คดูก่อนว่ารถเราเป็นประกันประเภทไหนน้า เพราะบางกรณีที่เรารู้น้อยกว่าประกัน เค้าก็อาจจะเอาเปรียบเราได้ค่ะ
หัดขับรถได้3วันอยากออกถนน
Guest
doramon_saree@hotmail.com
ตอบ # 25 เมื่อ 11 ธันวาคม 2555 19:31 น. [แจ้งลบ]
การขับรถเกียร์ธรรมดาในขณะที่เราจะจอดอย่างเช่น ติดไฟแดง เราชะลอรถมาในขณะอยู่เกียร์5 แล้วพอจอดรถสนิทเราสามารถเปลี่ยนจากเกียร์5มาเป็นเกียร์ว่างได้หรือไม่ มีผลเสียต่อรถรึเปล่า หรือว่าต่องค่อยๆลดเกียร์ลงมา5-4-3-2-1-N จากมือใหม่มากคับ
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 26 เมื่อ 12 ธันวาคม 2555 08:46 น. [แจ้งลบ]
เข้าเกียร์ว่างได้เลยค่ะ เราสามารเปลี่ยรข้ามเกียร์ได้ค่ะ ขึ้นกับความเร็วขณะนั้น ถ้ารถจอดหยุดเลย ก็เข้าเกียร์ว่างค่ะ
หัดขับรถได้3วันอยากออกถนน
Guest
doramon_saree@hotmail.com
ตอบ # 27 เมื่อ 13 ธันวาคม 2555 17:26 น. [แจ้งลบ]
คือว่าวันอาทิตย์นี้จะออกถนนใหญ่ระยะทางประมาณ150กิโลเป็นถนนต่างจังหวัด จากจังหวัดสระแก้วไปปราจีนบุรี ส่วนผมมีคุณสมบัติคือ เพิ่งขับรถได้4วันเกียร์ธรรมดาเคยขับอยู่ในเมืองและชานเมืองนิดหน่อย อยากจะถามว่าพอจะออกไปถนนใหญ่ได้ไหม หรือว่าควรขับให้แข็งกว่านี้ก่อน แต่ว่าใจผมกล้าขับแล้ว คุณมีคําแนะนําดีดีบ้างไหมคับ หรือสิ่งที่จําเป็นในขับรถบ้างไหมคับ
Webmaster
Admin
drivingbysmile@hotmail.com
ตอบ # 28 เมื่อ 13 ธันวาคม 2555 18:11 น. [แจ้งลบ]
โอเคค่ะ ถ้าขับในชานเมือง หรือในเมืองได้ แล้ว แปลว่าพื้นฐานได้สมควรแล้ว ขับได้สมควร ถึงแม้ว่าประสบการณ์ในการขับรถยังน้อย แต่หลักการขับรถ ก็มีหลักการและพื้นฐานอยู่แค่เท่าที่เราขับอยู่ทุกวันนั่นแหละ จะเดินทางใกล้ ไกล ไปต่างจังหวัด สำหรับรถทุกคัน ไม่ฝากอะไรมาก ขอแค่



1. ตรวจสอบ เช็ครถให้พร้อม ก่อนเดินทาง รวมถึงเส้นทางที่จะไป มีปัญหา รถเสียถ้าเราไม่ชำนาญทาง อู่หรือศูนย์หายาก ความช่วยเหลือก็จะตามมายาก

2. มีสติ อย่าประมาท นอนหลับให้เพียงพอ ในวันก่อนเดินทาง อย่างที่บอก วิธีการขับในเมืองกับต่างจังหวัด ไม่หนีกันเท่าไหร่ วัดกันที่สติสัมปชัญญะค่ะ

3. มือใหม่ พยายามอย่างขับเร็ว เพราะมีอะไรกะทันหันจะควบคุมรถไม่ทัน

4. ถ้าเกียร์ธรรมดา ใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรถ

5. พยายามหลีกเลี่ยงการค้างอยู่เนินสะพาน ถ้ารถติดให้รออยู่เชิงสะพาน รถคันหลังจะเข้าใจทันที ถ้ายังค้างสะพานไม่เป็น อย่าคิดริไปหัดในวันที่เราเดินทาง ค่อยหาเวลาว่างไปฝึกในภายหลัง

6. อย่าเลี้ยงคลัช มันจะเคยตัว สาเหตุว่าทำไม ควรเหยียบคลัช เมื่อไหร่ หาอ่านในนี้ได้ค่ะ

7. เวลาต้องเบรค หรือชะลอรถ ให้ยกเท้าออกจากคันเร่งก่อน ค่อย ๆ แตะเบรค จนรถใกล้หยุด ค่อยเหยียบคลัช อย่าเหยียบคลัชตอนที่รถมีความเร็วนะคะ รถจะสะบัดทันทีค่ะ



เนื่องจากภูมิประเทศแถบปราจีน จะเป็นที่ราบลูกฟูก ไม่ค่อยมีเขาชันนะ หรือป่าวไม่ค่อยแน่ใจ เพราะนึกถึงได้แต่เส้นทางที่ไปตลาดโรงเกลือ  ดังนั้น ไม่ค่อยมีอะไรต้องกังวลมาก ถ้าต้องขึ้นเขาชัน เเหมือนเดิมค่ะ พยายามใช้เกียร์ต่ำ รถจะได้มีแรง
หัดขับรถได้3วันอยากออกถนน
Guest
doramon_saree@hotmail.com
ตอบ # 29 เมื่อ 13 ธันวาคม 2555 20:00 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณมากๆเลยคับ ผมจะทําตามคําแนะนําของคุณ
ol
Guest
ตอบ # 30 เมื่อ 21 ธันวาคม 2555 18:09 น. [แจ้งลบ]
หากรถติดเราเข้าเกียร์2 ได้ไหมค่ะ เลี้ยงเกีนร์2

1 2

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Copyright by drivingbysmile.com 2010 All rights reserved
Engine by MAKEWEBEASY